คลังแหล่งเรียนรู้
รวมข้อมูลแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี ทั้งหมด 100 แห่ง
สำรวจตามหมวดหมู่
การแพทย์แผนไทยตำบลเกาะลอย
หมอพื้นบ้านหรือแพทย์แผนโบราณของไทยเราสืบทอดองค์ความรู้ทางพืชสมุนไพรมาอย่างต่อเนื่องทั้งจากบรมครูทำสมุนไพรและตำรายาสมุนไพรเก่าแก่ ศิลปวิทยาการอันเก่าแก่ของคนไทยในสมัยก่อน ที่ได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ได้เรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างคุ้มค่า การนวดไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ด้านการแพทย์แผนไทยที่รู้จักกันดีในสายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ในอดีตการนวดไทยสามารถรักษาโรคได้และผู้ที่ทำการนวดมีบรรดาศักดิ์ การนวดไทยในปัจจุบัน ได้รับความนิยมและมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก การนวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การนวดแบบราชสำนัก เป็นการนวดที่เน้นการรักษาโรคในระบบกล้ามเนื้อ และข้อกระดูกกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและอีกประเภทหนึ่งคือการนวดแบบเชลยศักดิ์ เป็นการนวดที่เน้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การนวดเป็นสิ่งแรกที่มนุษย์เรารู้จักนำมาใช้ในการบำบัดรักษาอาการปวด ต่อมาภายหลังพบว่าการนวดยังมีประโยชน์ในการรักษาโรคอื่นบางโรคได้ เป็นการรักษาร่วม ตลอดจนการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
วัดวรพรตสังฆาวาส
วัดวรพรตสังฆาวาส ตั้งอยู่เลขที่ 117 บ้านบางสมัน หมู่ 5 ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี การครอบครองที่ดินของวัดมีเนื้อที่ 11 ไร่ 1 งาน 32 ตารางวา -ประวัติการก่อตั้งและผูกพัทธสีมา ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2516 -ภารกิจทางการศึกษา มีการเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2508 เพื่อให้การศึกษาแก่สามเณรและสงฆ์รุ่นหลัง
ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนบ้านหน้าประดู่
ประวัติความเป็นมา บ้านหน้าประดู่ หมู่ 5 ตำบลหน้าประดู่ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม การแปรรูปผลผลิต หรือการทำงานหัตถกรรม และกำลังจะก้าวเข้าสู่ชุมชนผู้สูงอายุ โดยสภาพชุมชนเป็นลักษณะชุมชนเมือง ซึ่งประชากรวัยแรงงานส่วนใหญ่ทำงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ว่างงานจากการขาดการศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน ไม่สามารถทำงานได้ ทั้งในเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น คนรุ่นใหม่ขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ นางสาวจรรยา บูรณะวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหน้าประดู่ ตำบลหน้าประดู่ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการจัดการศึกษาอาชีพสำหรับประชาชนในพื้นที่ จึงร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลหน้าประดู่ ในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนบ้านหน้าประดู่ เพื่อฝึกอาชีพหลักสูตรระยะสั้น วิชาการทำผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก ตะกร้าจากเชือกมัดฟาง และผลิตภัณฑ์จากเส้นหวายเทียม ซึ่งเริ่มต้นรวมกลุ่มในปี 2555 และพัฒนาฝีมือเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ว่างงานในชุมชน เพื่อสืบสานภูมิปัญญา รวมทั้งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบ้านเก่า
ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบ้านเก่า จุดเริ่มต้น (พ.ศ. 2551): จัดตั้งขึ้นในชื่อ "กศน.ตำบลบ้านเก่า" สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในชุมชนและเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรีบทบาทหน้าที่: จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถม-ม.ปลาย) ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น และส่งเสริมการอ่านผ่านบ้านหนังสือชุมชนจุดเปลี่ยนสำคัญ (พ.ศ. 2566): ยกระดับและเปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบ้านเก่า (ศกร.ตำบลบ้านเก่า)" ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)ปัจจุบัน: มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เทคโนโลยีดิจิทัล และหลักสูตรพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชนกึ่งเมืองอุตสาหกรรม
กลุ่มแม่บ้านไผ่สีทอง
การแปรรูปกล้วยเริ่มจากทางกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่าจะแปรรูปกล้วยหอมดิบในรูปแบบขนมกินเล่น (Snacks) ซึ่งทางกลุ่มมีปราชญ์ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการทำคือ นางอำนวย นพสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องในตำบลโคกขี้หนอน โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ “กล้วยม้วนกรอบพันธุ์มะลิอ่อง” “อร่อยจนต้องบอกต่อ” เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในด้านพานิชยกรรมและบริการ “การแปรรูปกล้วย”เป็นอาสาสมัคร กศน.ในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันกับกศน.ตำบลโคกขี้หนอน ร่วมอาสาพัฒนา กศน.ตำบลโคกขี้หนอน เข้าร่วมกิจกรรม งานการศึกษาต่อเนื่องกิจกรรมต่างๆที่ กศน.ตำบลโคกขี้หนอนจัดขึ้น
วัดโคกขี้หนอน
วัดโคกขี้หนอน ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลโคกขี้หนอน อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติความเป็นมาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่ชุมชน กำเนิดและที่มาของชื่อวัดที่มาของชื่อ: คำว่า "โคก" หมายถึงพื้นที่เนินดินสูง และบริเวณดังกล่าวในอดีตมี "ต้นขี้หนอน" ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกขานพื้นที่และวัดตามลักษณะภูมิประเทศว่า วัดโคกขี้หนอน การก่อตั้ง: ก่อตั้งเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2455 โดยเริ่มแรก นายบัว และนางวัน ได้บริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่เพื่อสร้างวัด ต่อมาทางวัดได้จัดซื้อเพิ่มเติมรวมเป็นเนื้อที่กว่า 15 ไร่ วิสุงคามสีมา: ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2459 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปูชนียวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญหลวงพ่อแสง: พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ทองเหลืองผสม เป็นพระประธานศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดที่มีอายุกว่าร้อยปี มีเรื่องเล่าในอดีต (ประมาณปี พ.ศ. 2509) ว่ามีผู้พบเห็นองค์พระเปล่งแสงเปล่งปลั่งคล้ายปีกแมลงทับ จนเป็นข่าวแพร่หลายและมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรจำนวนมาก พระมหาเจดีย์ศรีพานทอง: เจดีย์องค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าภายในวัด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาและเป็นศูนย์รวมใจในงานนมัสการพระธาตุช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี บทบาทต่อชุมชนวัดโคกขี้หนอนเป็นศูนย์กลางชุมชนมายาวนาน มีอดีตพระเกจิและเจ้าอาวาสที่เป็นที่เคารพรักอย่าง พระมหาหรุ่ม ฐิตนาโค (พระมคลวัชรวิสุทธิ์) นอกจากนี้ยังเป็นวัดต้นแบบในโครงการ "วัด ประชา รัฐ สร้างสุข"ของจังหวัดชลบุรีที่เน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมสัปปายะและการอยู่ร่วมกันอย่างเข้มแข็งของคนในท้องถิ่น เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในด้านประวัติความเป็นมา “วัดโคกขี้หนอน”เป็นอาสาสมัคร กศน.ในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันกับกศน.ตำบลโคกขี้หนอน ร่วมอาสาพัฒนา กศน.ตำบลโคกขี้หนอน เข้าร่วมกิจกรรม งานการศึกษาต่อเนื่องกิจกรรมต่างๆที่ กศน.ตำบลโคกขี้หนอนจัดขึ้น
ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)
ไม่มีข้อมูลประวัติความเป็นมา...
บ้านสวนเรืองศรี
จุดกำเนิด "บ้านสวนเรืองศรี": จากรากเหง้าสู่การสืบสานที่ยั่งยืน จากความรักในผืนแผ่นดินเกิดและความผูกพันกับสวนส้มโอที่มีมาอย่างยาวนาน บ้านสวนเรืองศรี ได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2556 โดยมี นางสาวณัฐชา ศรบุญทอง เป็นหัวเรือใหญ่ผู้รวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อนมาปัดฝุ่นใหม่ให้ทันสมัย ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวนผลไม้ทั่วไป แต่คือแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดศาสตร์การปลูกส้มโอแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับเทคนิคการดูแลแบบปราณีต เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด
วัดหนองตําลึง
วัดหนองตำลึง ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองตำลึง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ วัดนี้ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2465 ความเป็นมาของชื่อวัด ที่มีชื่อว่าหนองตำลึง เพราะเหตุว่าตรงหน้าวัดหนองตำลึง ในสมัยก่อนประมาณ 100 ปีเศษ มีหนองน้ำใหญ่ ตามขอบหนองหรือป่าข้าง ๆ หนองมีต้นตำลึงมาก สำหรับหนองน้ำในสมัยก่อนอยู่ตรงที่สร้างอาคารเทศบาล ต.หนองตำลึง ปัจจุบันได้ถูกถมไปหมดแล้ว ไม่มีหนองให้เห็น เพราะเป็นที่ดินที่มีเจ้าของหมด เมื่อมีการสร้างวัดจึงได้ชื่อว่าวัดหนองตำลึง ผู้ที่ทำการสร้างวัดนั้นเป็นชาวลาวอพยพมาจากเวียงจันทน์หัวหน้าหรือเจ้าอาวาสวัดในสมัยนั้น ชื่อพระอาจารย์แก้ว เป็นผู้คงแก่การเรียนวิชาอาคม เครื่องรางของขลัง เก่งกล้าทางไสยศาสตร์เวทมนตร์ วัดหนองตำลึงจึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแผ่ไพศาลไปไกลด้วยอำนาจบารมีของหลวงพ่อแก้ว ปัจจุบันเมื่อถึงปีหนึ่ง ๆ ทางวัดจะต้องจัดงานเทศกาลเพื่อให้ผู้เคารพนับถือในหลวงพ่อแก้ว ได้มากราบไหว้ จัดหาละครรำ ด้วยความเชื่อถือและมั่นใจในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ในการสร้างวัดไม่ปรากฏว่า ใครเป็นผู้ยกที่ดินมอบถวาย ปัจจุบันมีการพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2497 ปัจจุบัน พระครูอนุกูลธรรมกิจ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองตำลึง
ศูนย์เรียนรู้วิถีชาวนา ภูมิปัญญาชุมชนตำบลหนองปลาไหล
ไม่มีข้อมูลประวัติความเป็นมา...
หน้า 5 จาก 9 หน้า (แสดง 12 จาก 100 รายการ)